Metaverse โลกดิจิทัลเสมือนจริง

2Ext
7 min readSep 17, 2021

หากพูดถึง Metaverse อาจมีคนบางกลุ่มที่รู้จักและเคยได้ยินคำนี้มาบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่หากพูดถึง Oasis ในภาพยนตร์ เรื่อง Ready Player One แน่นอนว่าแฟนหนังของ Steven Spielberg ทุกคนต้องรู้จักและเห็นภาพเป็นอย่างดี อาจพูดได้เลยว่า Oasis ใน Ready Player One สะท้อนความเป็นไปได้ของ Metaverse ที่จะเป็นไปได้ในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม บทความฉบับนี้เราจะพูดถึง Metaverse ว่าคืออะไร และเราสามารถทำอะไรได้บ้างใน Metaverse รวมถึงเราเข้าใกล้ Metaverse มากแค่ไหนแล้ว

Metaverse มาจากคำว่า Meta ซึ่งแปลว่า Beyond ในภาษากรีก และ verse คือ Universe โดยคำนี้มีให้เห็นตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 จากนิยาย ดิสโทเปีย (Dystopia) ของ Neal Stephenson เรื่อง Snow Crash ในนิยายดังกล่าว Metaverse คือโลกเสมือน (Virtual World) ที่ตัวเอกของเรื่องหนีมาอยู่ในโลกดังกล่าว ซึ่งในโลกเสมือนนี้มีประชากรในรูปแบบ digital avatar อาศัยอยู่ในโลกเสมือนนี้เหมือนที่อาศัยอยู่ในโลกแห่งความจริง โดยภายหลังจากที่มีการตีพิมพ์นิยายฉบับนี้ ก็ได้มีการตีพิมพ์หนังสือ และฉายภาพยนตร์ที่อ้างอิงถึงเรื่องคอนเซปท์ของ Metaverse มาอีกเรื่อย ๆ ก่อนที่จะกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งเมื่อบริษัท Big Tech Company อย่าง Facebook ประกาศว่าในอนาคต Facebook จะไม่ใช่แค่ Social Media Company แต่ Facebook จะเป็นที่รู้จักในฐานะ Metaverse Company และซึ่งทาง Facebook เองก็กำลังดำเนินโครงการในส่วนนี้อยู่

ในเมื่อโลกเสมือนอย่าง Metaverse ยังไม่เกิดขึ้นจริง ณ ตอนนี้ แล้วอะไรคือ Metaverse? พูดกันแบบง่าย ๆ Metaverse ก็คือพื้นที่ 3 มิติ บนเทคโนโลยีบล็อคเชน (Blockchain) ซึ่งเป็นที่ที่ผู้คนสามารถพบปะและทำกิจกรรมด้วยกันได้ โดยเราสามารถเข้าไปอยู่ในพื้นที่นั้น ด้วยการใส่อุปกรณ์ต่างๆ (เช่น ชุดแว่นตา ชุดหูฟัง หรือชุดอุปกรณ์อื่น ๆ) โดยแนวคิดและการคาดการณ์อนาคตของ Metaverse ที่เป็นที่ยอมรับนั้น เขียนอยู่ใน บทความของ Matthew Ball ซึ่งสรุปได้ว่า

  1. เมื่อ Metaverse เกิดขึ้นแล้วจะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไม่เคยหยุดและไม่มีจุดสิ้นสุด
  2. สิ่งที่เกิดขึ้นใน Metaverse เกิดขึ้นแบบ real-time พร้อมกับสิ่งที่เกิดในความเป็นจริง แม้เหตุการณ์ต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นเพราะ มีการวางแผนไว้แล้ว หรือเป็นผลธรรมดาจากการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เหมือนในชีวิตจริงที่เกิดขึ้นกับพวกเราในทุก ๆ วัน
  3. Metaverse จะมอบความมีตัวตนให้กับผู้ใช้งานโดยไม่ถูกจำกัด โดยผู้ใช้ทุกคนสามารถสัมผัสความรู้สึก และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ที่เกิดขึ้นได้ในทุกขณะ
  4. Metaverse มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจของตัวเอง โดยคนทั่วไปและธุรกิจต่างๆ สามารถ สร้าง ซื้อ ขาย ลงทุน หรือ เป็นเจ้าของ “ผลงาน” หรือ สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มี “มูลค่า” และได้รับการยอมรับโดยผู้ใช้งานอื่น ๆ
  5. Metaverse จะสร้างประสบกาณ์ทั้งในโลกดิจิทัลและโลกความเป็นจริง สร้างประสบการณ์และเครือข่ายส่วนบุคคลและสาธารณะ ทั้งในแพลตฟอร์มสาธารณะ (open platform) และ แพลตฟอร์มส่วนตัว (closed platform)
  6. ข้อมูลทรัพย์สินดิจิทัล (digital items/assets) เนื้อหา (content) ของผู้ให้บริการต่างๆ ในปัจจุบันจะสามารถใช้งานร่วมกันได้บน Metaverse เช่น สกินของปินในเกมส์ Counter-Strike จะสามารถนำไปใช้ในเกมส์ Fortnite หรือส่งเป็นของขวัญให้เพื่อนหรือคนอื่นทาง Facebook ได้ เป็นต้น
  7. Metaverse เต็มไปด้วยเนื้อหา (content) และ ประสบการณ์ (experience) ที่ถูกสร้างและดำเนินการโดยผู้สร้างที่หลากหลาย โดยอาจเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา บริษัท หรือองค์กรพาณิชย์อื่ ๆ ซึ่งอาจพูดได้ว่าเราสามารถทำกิจกรรมเกือบทุกอย่างได้บน Metaverse ตั้งแต่ ไปทำงานที่ออฟฟิศ ท่องเที่ยวที่อีกฝั่งของมุมโลก hang-out กับเพื่อน ซื้อของด้วย cryptocurrency เล่นเกมส์ ดูคอนเสิร์ต โดยที่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพียงแค่ใส่อุปกรณ์เสริม เช่น headset

Giant Tech Company อย่าง Facebook, Microsoft หรือ Epic Games เองก็กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเข้าใกล้ Metaverse มากขึ้น โดยอย่างเช่น ในกรณีอย่าง Facebook เอง นอกจากที่จะเข้าเป็นเจ้าของบริษัทอย่าง Oculus และ Ctrl Labs ในปีก่อนๆ แล้ว Facebook เองยังสร้าง “Facebook Horizon” ซึ่งผู้ใช้งานผ่านทางแว่น VR สามารถเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ผ่านการใช้ Avatar ของตัวเองในดินแดน Horizon และยังสามารถสร้างพื้นที่ของตัวเอง หรือสามารถเทเลพอร์ต Avatar เหล่านั้นไปยังพื้นที่สาธารณะเพื่อพบเจอคนใหม่ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เหมือน Horizon เป็นอีกประเทศดิจิทัลประเทศหนึ่ง นอกจากนี้ ล่าสุด Facebook ก็ยังร่วมกับบริษัทแว่นยักษ์ใหญ่อย่าง Essilor Luxottica ผู้ผลิตแว่น Ray-Ban และแว่นชั้นนำแบรนด์อื่นๆ อีกหลากหลายยี่ห้อ เพื่อออกผลิตภัณฑ์แว่นตาอัจฉริยะ (Smart Glasses) โดยใช้ชื่อว่า “Ray-Ban Stories” ซึ่งเปลี่ยนแว่นกันแดดธรรมดาให้สามารถถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ฟังเพลง สั่งการด้วยเสียง และเชื่อมต่อไปยังแอปพลิเคชันในโทรศัพท์เพื่ออัพโหลดลง social network ต่าง ๆ ได้ ซึ่งแม้ว่าแว่น Ray-Ban Stories จะยังไปไม่ถึงการเป็นอุปกรณ์ augmented reality (AR) หรือ virtual reality (VR) แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นการนำเทคโนโลยีมาใส่ในแว่นตาได้อย่างแนบเนียน และแน่นอนว่า Facebook ยังคงไม่หยุดการพัฒนาเพื่อต่อยอดเป็นแว่น AR และ VR สำหรับเข้าไปใน Metaverse ในอนาคตอย่างแน่นอน

ทางด้าน Microsoft เองก็มีการพูดถึง Enterprise Metaverse โดยมี Microsoft Cloud Solutions (“Azure”) เป็นพื้นฐานสำคัญในการให้บริการ Solutions เพื่อสร้าง Digital Twins และพัฒนาต่อยอดเป็น Metaverse ต่อไป โดยรวบรวมเทคโนโลยีสำคัญอย่าง 5G, Internet of Things (IoT), Cloud computing, Artificial Intelligence (AI) เพื่อเชื่อมโลกความเป็นจริงกับโลกเสมือนเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ สำหรับ Epic Games ก็ได้มีการระดมเงินทุนไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเป็นจำนวนถึง 1,000,000 USD เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในด้าน Metaverse รวมถึงเพิ่มประสบการณ์ด้านสังคมออนไลน์ (Social Experience) ให้ผู้เล่นใน Fortnite, Rocket League และ Fall Guys นอกจากนี้ Epic Games ยังซื้อบริษัท Sketchfab ผู้ทำ 3D content เพื่อเพิ่มประสบการณ์ของผู้เล่นและเป็นอีกสเต็ปเพื่อเข้าใกล้ Metaverse มากขึ้น

เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์และเทคโนโลยีมากมายเกิดขึ้นในช่วง 20–30 ปีที่ผ่านมา และแน่นอนว่า จะยิ่งพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป เร็วขึ้นเรื่อยๆ Metaverse เองก็ได้รับความสนใจจากบริษัทในหลายกลุ่มธุรกิจ และเป็นเป้าหมายที่จะถูกพัฒนาโดยบริษัทใหญ่เช่นกัน อย่างไรก็ตาม คงไม่มีบริษัทไหนที่เป็นเจ้าของ cyberspace ที่เรียก Metaverse เพียงบริษัทเดียว แต่บริษัทและธุรกิจต่างๆ อาจต้องร่วมกัน คิดค้นและสร้างสรรค์ content ใน Metaverse นี้ รวมถึง Start-ups เองที่จะมาร่วมออกไอเดียและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์ใน Metaverse สำหรับผู้ใช้ทุกคน

Talking about the Metaverse, some people might have heard it during these past few years. While speaking of “Oasis” in “Ready Player One” movie, Steven Spielberg’s fans would recognize it right away. We can say that Oasis in Ready Player One figuratively represents the Metaverse. In this article, we will talk about what the Metaverse is, what we could do in the Metaverse, and how close we are getting to the Metaverse.

The word “Metaverse” is made up of “Meta” meaning “Beyond” in Greek, and the word “Verse” which derived from “Universe”. The word Metaverse has been used since 1992 in “Snow Crash”, the Dystopian novel by Neal Stephenson. In this novel, the Metaverse is a virtual world where the protagonist has spent some time living in. After the novel was released, there were books and movies talking about the Metaverse and it became even more widespread when big tech companies like Facebook announced that in the future, Facebook will not remain as only the social media company but will be widely known as a Metaverse company. Obviously, Facebook is currently focusing on developing this project.

Since the Metaverse has not fully functionally existed yet, we should talk about what the Metaverse actually is. It can be simply said that the Metaverse is a 3D space on the blockchain technology where people can come to meet up and do activities together. We enter the space by wearing devices such as goggles, headset, or any other devices. The concept of the Metaverse, stating about its future and being taken for reference, is written down in the article by Matthew Ball, forecasted that they think “the Metaverse will…

  1. Be persistent — which is to say, it never “resets” or “pauses” or “ends”, it just continues indefinitely
  2. Be synchronous and live — even though pre-scheduled and self-contained events will happen, just as they do in “real life”, the Metaverse will be a living experience that exists consistently for everyone and in real-time
  3. Be without any cap to concurrent users, while also providing each user with an individual sense of “presence” — everyone can be a part of the Metaverse and participate in a specific event/place/activity together, at the same time and with individual agency
  4. Be a fully functioning economy — individuals and businesses will be able to create, own, invest, sell, and be rewarded for an incredibly wide range of “work” that produces “value” that is recognized by others
  5. Be an experience that spans both the digital and physical worlds, private and public networks/experiences, and open and closed platforms
  6. Offer unprecedented interoperability of data, digital items/assets, content, and so on across each of these experiences — your Counter-Strike gun skin, for example, could also be used to decorate a gun in Fortnite, or be gifted to a friend on/through Facebook. Similarly, a car designed for Rocket League (or even for Porsche’s website) could be brought over to work in Roblox. Today, the digital world basically acts as though it were a mall where every store used its own currency, required proprietary ID cards, had proprietary units of measurement for things like shoes or calories, and different dress codes, etc.
  7. Be populated by “content” and “experiences” created and operated by an incredibly wide range of contributors, some of whom are independent individuals, while others might be informally organized groups or commercially-focused enterprises”

Giant tech companies such as Facebook, Microsoft, and Epic Games are developing their devices and products to join the Metaverse. For Facebook, not only they have come to be the owner of “Oculus” and “Ctrl Labs” in the previous years, but they also established “Facebook Horizon”, a place where users wearing VR goggles, coming into this Horizon land via their avatars to socialize and build their own town. All users can also teleport their avatars into public spaces to meet new people out there in this digital land. Moreover, Facebook recently announced its cooperation with “Essilor Luxottica”, a corporation widely known as the manufacturer of Ray-Ban and other designer glasses. They designed their smart glasses called “Ray-Ban Stories” which has changed the ordinary sunglasses to be able to take pictures, film videos, play music, use voice control systems, and connect to mobile applications in order to upload contents on social network. Even though the Ray-Ban Stories has not reached the field of AR and VR, it has successfully accomplished the integration of technology system and glasses. We can tell that Facebook would never stop developing the glasses with additional technology of AR and VR to be used in the Metaverse.

Microsoft has also mentioned the enterprise Metaverse which they have already established Microsoft Cloud Solutions, “Azura”, as their base for providing solutions and building up the digital twins and entering the Metaverse. The important technology systems, such as 5G, Internet of Things (IoT), Cloud computing, and Artificial Intelligence (AI), are integrated and used to connect the real world and the virtual world. For Epic Games, they had raised the funds in April and hit USD 1,000,000 in order to support their goal in the Metaverse and developing their platforms for more various social experiences in Fortnite, Rocket League and Fall Guys. In addition, Epic Games also bought Sketchfab, the 3D content creator, to add more capabilities and take another step closer to the Metaverse.

We have witnessed the changes and developments of devices and technology systems throughout the previous two to three decades. Surely, changes will keep continuing and becoming more accelerated. The Metaverse is one of the technologies that draw attention from numerous companies from various business areas, plus it gets to be the objective of those big companies. However, it must be said that Metaverse will not be owned by only one company but will be created and developed by many companies and business owners, including start-ups that will be joining in the making of this cyberspace as well.

References :
https://www.matthewball.vc/all/themetaverse
https://medium.com/building-the-metaverse/the-experiences-of-the-metaverse-2126a7899020
https://www.washingtonpost.com/technology/2021/08/30/what-is-the-metaverse/
https://economictimes.indiatimes.com/tech/trendspotting/what-is-metaverse-and-how-does-it-work/articleshow/86028030.cms
https://azure.microsoft.com/en-us/blog/converging-the-physical-and-digital-with-digital-twins-mixed-reality-and-metaverse-apps/
https://www.linkedin.com/pulse/microsoft-metaverse-alex-clunies-ross-cfa
Canva

https://www.epicgames.com/site/en-US/news/announcing-a-1-billion-funding-round-to-support-epics-long-term-vision-for-the-metaverse

ติดตาม 2Ext ได้ที่

Website- http://www.2ext.com
Facbook-https://www.facebook.com/2extcom
Linkedin-https://www.linkedin.com/company/2ext

--

--

2Ext

We are a trusted partner for the startups from the first step to finish line.